บทที่ 6 กรงทองของราชสีห์
ตลอดการเดินทางสู่ 'คอนโด' ของพี่อัคคี บรรยากาศภายในรถอึดอัดจนฉันแทบหายใจไม่ออก ภาพเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ยังคงฉายซ้ำไปซ้ำมาในหัว ทั้งความหวาดกลัวจากกลุ่มนักเลง ความรุนแรงที่พี่อัคคีใช้จัดการพวกมัน และรอยจูบที่เปี่ยมไปด้วยการบังคับและเรียกร้องของเขา ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากจนฉันตั้งรับไม่ทัน
รถสปอร์ตคันหรูแล่นเข้ามาจอดยังลานจอดรถ VIP ของคอนโดมิเนียมสุดหรูใจกลางเมือง ที่นี่มีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา ชนิดที่ว่าถ้าไม่มีคีย์การ์ดหรือรหัสผ่าน ก็อย่าหวังจะได้ก้าวเข้ามาแม้แต่ก้าวเดียว
อัคคีดับเครื่องยนต์แล้วหันมามองฉันที่ยังคงนั่งตัวแข็งทื่อเบาะข้างๆ เขายื่นมือมาปลดเข็มขัดนิรภัยให้ฉัน ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ "ลงมาได้แล้ว"
ฉันลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมก้าวลงจากรถอย่างจำใจ เขาคว้ากระเป๋าเดินทางของฉันไปถือไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างก็คว้าข้อมือฉันแล้วลากเข้าไปในลิฟต์ส่วนตัวที่ตรงไปยังห้องพักชั้นบนสุด หรือที่เรียกว่า 'เพนต์เฮาส์'
เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ฉันก็ต้องตื่นตะลึงกับความกว้างขวางและหรูหราของห้องพัก ห้องถูกตกแต่งด้วยโทนสีเข้ม เน้นสีดำ เทา และไม้สีเข้ม ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเมืองหลวงยามค่ำคืนได้อย่างชัดเจน เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นล้วนเป็นของแบรนด์เนมราคาแพงระยับ
"ห้องเธออยู่ทางซ้ายมือ" เขาชี้ไปทางประตูบานหนึ่งที่อยู่ไม่ไกล "ส่วนห้องพี่อยู่ทางขวา มีอะไรก็เรียก... อ้อ แล้วก็ห้ามล็อกประตูเด็ดขาด"
"ทำไมคะ!" ฉันหันขวับไปมองเขาด้วยความตกใจ "นี่มันห้องส่วนตัวของฉันนะ ทำไมฉันถึงล็อกไม่ได้"
"เพราะถ้าเกิดมีอะไรขึ้นมา พี่จะได้เข้าไปช่วยเธอได้ทันไง" เขาตอบหน้าตาย พลางเดินเอากระเป๋าไปวางไว้ให้ในห้อง "และอีกอย่าง... ที่นี่คืออาณาเขตของพี่ พี่มีสิทธิ์จะเข้าออกห้องไหนก็ได้ตามที่พี่ต้องการ"
"พี่มันเผด็จการที่สุด!" ฉันตะโกนใส่เขาด้วยความโกรธจัด
เขายิ้มร้าย เดินเข้ามาใกล้ฉันจนปลายจมูกแทบจะชนกัน "พี่เคยบอกแล้วไง ว่าถ้าอยากได้อะไร พี่ก็ต้องได้ และตอนนี้เธอคือ 'ของ' ของพี่... รินลดา"
คำประกาศกร้าวของเขาทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรง เขาไม่เคยมองฉันเป็นมนุษย์ที่มีความรู้สึก แต่เขามองฉันเป็นแค่ 'สิ่งของ' ชิ้นหนึ่งที่เขาอยากจะครอบครองและควบคุมตามใจชอบ
"ฉันไม่ใช่ของของใคร!" ฉันเถียงกลับทั้งน้ำตา "ฉันเป็นคน มีจิตใจ พี่ไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับฉัน!"
"งั้นก็พิสูจน์สิ ว่าเธอไม่ได้เป็นของพี่" เขากระซิบชิดริมหูฉัน น้ำเสียงแหบพร่าและเต็มไปด้วยความท้าทาย
"พิสูจน์ยังไง..." ฉันถามเสียงสั่น
อัคคีไม่ตอบ แต่กลับรวบร่างฉันเข้าไปกอดแนบอก แล้วประทับริมฝีปากลงมาบนเรียวปากของฉันอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง จูบของเขาเต็มไปด้วยความเร่าร้อนและเรียกร้อง บังคับให้ฉันเปิดรับสัมผัสอันจาบจ้วงของเขาอีกครั้ง
ฉันดิ้นรนขัดขืน พยายามผลักไสเขาออกไป แต่เรี่ยวแรงที่เคยมีกลับมลายหายไปจนหมดสิ้น ร่างกายอ่อนระทวยอยู่ในอ้อมแขนของเขา ราวกับถูกมนตร์สะกด ปลายลิ้นร้อนชื้นของเขาสอดแทรกเข้ามาตักตวงความหวานภายในโพรงปากของฉันอย่างตะกละตะกลาม
เสียงครางประท้วงของฉันถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อเขาเริ่มลากไล้ริมฝีปากลงมาตามซอกคอขาวเนียน ขบเม้มเบาๆ จนเกิดรอยแดงเป็นจ้ำๆ สัมผัสที่ปลุกปั่นอารมณ์เบื้องลึกทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดใจตาย
"หยุดนะ... พี่อัคคี... ขอร้อง..." ฉันสะอื้นไห้ พยายามรวบรวมสติที่เหลือน้อยนิดเพื่ออ้อนวอนเขา
เขาชะงักไปเล็กน้อย ค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกไปอย่างอ้อยอิ่ง นัยน์ตาสีรัตติกาลของเขาจ้องมองผลงานของตัวเองด้วยความพึงพอใจ
"เห็นไหมล่ะ... เธอไม่มีทางหนีพี่พ้นหรอก" เขากระซิบเสียงพร่า พลางใช้หัวแม่มือเช็ดคราบน้ำตาที่หางตาของฉันเบาๆ "เธอเป็นของพี่ รินลดา... เป็นของพี่คนเดียว"
คืนนั้น ฉันนอนขดตัวอยู่บนเตียงกว้างในห้องนอนใหม่ น้ำตาไหลรินออกมาอย่างเงียบๆ ความรู้สึกสับสน ว้าวุ่น และหวาดกลัวตีรวนอยู่ในใจ
ฉันกลายเป็น 'นักโทษ' ในกรงทองของราชสีห์ผู้หยิ่งยโสอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว... ฉันไม่มีทางหนีรอดจากเขาได้ และที่น่ากลัวที่สุดคือ... ส่วนลึกในหัวใจของฉัน เริ่มจะคุ้นชินกับการถูกพันธนาการนี้แล้ว
เช้าวันรุ่งขึ้น
ฉันตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดร้าวไปทั้งตัว รอยจ้ำแดงๆ ที่ซอกคอยังคงเด่นชัดราวกับเป็นการตอกย้ำว่าเหตุการณ์เมื่อคืนไม่ใช่แค่ความฝัน ฉันรีบอาบน้ำแต่งตัว พยายามใช้คอนซีลเลอร์ปกปิดรอยแดงนั้นอย่างมิดชิด ก่อนจะเดินออกจากห้อง
อัคคีนั่งไขว่ห้างอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่โซฟาตัวใหญ่กลางห้องนั่งเล่น เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมบนออกสองเม็ดเผยให้เห็นแผงอกแกร่งและรอยสักรูปเปลวเพลิงที่พันธนาการด้วยโซ่ตรวน กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นลอยเตะจมูก
"ตื่นแล้วเหรอ มานั่งนี่สิ" เขาเงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพ์ พยักพเยิดให้ฉันไปนั่งข้างๆ
ฉันเดินไปนั่งที่โซฟาฝั่งตรงข้ามอย่างระแวดระวัง "ฉันจะกลับหอค่ะ"
"พี่บอกแล้วไงว่าเธอต้องอยู่ที่นี่" เขาปิดหนังสือพิมพ์ลง วางมันไว้บนโต๊ะกระจก "เมื่อวานพี่ให้คนไปขนของที่จำเป็นของเธอมาหมดแล้ว ไม่ต้องห่วง"
"พี่ทำแบบนี้ได้ยังไง! พี่มันละเมิดสิทธิส่วนบุคคลชัดๆ!" ฉันแหวเสียงดังลืมตัว
"พี่มีสิทธิ์" เขาตอบหน้าตาย "เพราะตอนนี้... เธอคือ 'ผู้หญิงของอัคคี' ใครหน้าไหนก็ห้ามแตะต้อง"
ฉันกัดริมฝีปากแน่น ความรู้สึกอึดอัดและโกรธเคืองพุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง "ฉันเกลียดพี่! ได้ยินไหม ฉันเกลียดพี่!"
คำว่า 'เกลียด' ดูเหมือนจะไม่ได้ทำให้เขารู้สึกสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย เขากลับยิ้มร้าย มุมปากหยักลึกยกขึ้นอย่างยียวน
"เกลียดให้ได้ตลอดไปก็แล้วกัน เพราะพี่จะทำให้เธอเปลี่ยนคำว่า 'เกลียด' เป็นคำว่า 'รัก' ให้ได้... รินลดา"
สงครามประสาทระหว่างเราสองคนได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ในเพนต์เฮาส์สุดหรูแห่งนี้ ฉันต้องเผชิญหน้ากับผู้ชายที่เอาแต่ใจและเผด็จการที่สุดในโลก ทุกวันคือการต่อสู้เพื่อรักษาพื้นที่ส่วนตัวและหัวใจของตัวเองไม่ให้ถูกเขากลืนกิน
และฉันก็ไม่รู้เลยว่า... ในท้ายที่สุดแล้ว ใครกันแน่ที่จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในเกมรักอันตรายนี้.
